การหลอกลวงผ่านโปรแกรมแชท

ในโลกไซเบอร์นั้นเป็นหนึ่งสังคมเสมือนที่มีมนุษย์เป็นกลไกขับเคลื่อน ดังนั้นความหลากหลายของคนจึงเป็นต้นเหตุแห่งปัญหา เพราะคนหมู่มากจึงมีความคิดแปลกแยก ทั้งอาจรู้จักกันเห็นหน้ากัน หรือไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย ดังนั้นการข่มเหง การโกง และการติดตามในโลกไซเบอร์ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ที่อยู่ในโลกไซเบอร์มีโอกาสพบเจอไม่มากก็น้อย ดังนั้นการเกิดการติดตามเพื่อหาข้อมูลส่วนตัว จึงพบเห็นได้ทั่วไปเช่น หากต้องการรู้จักชื่อใครคนหนึ่งต้องการรู้รายละเอียดในด้านอื่นก็อาจใช้เครื่องมือสืบค้น เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งอาจได้มาถึงเบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่อยู่อาศัย คนรอบข้าง เป็นต้น

การหลอกลวงผ่านโปรแกรมแชท

การสอบสวนผู้กระทำผิดในหลายกรณี โดยหลักแล้วมาจากสิ่งที่กล่าวถึงกันเสมอคือ What Where When Why Who และ How (5W1H) เพราะกรณีที่เกิดมาจากการกระทำของคนและคนก็เป็นผู้รับผลการกระทำนั้นหรืออาจใช้คำที่มีน้ำหนักทางลบต่อเหยื่อ กระทำด้วยวิธีการใด เมื่อไหร่ แบบไหน อย่างไร ส่วนประกอบทั้งหลายนี้ก็เพื่อสร้างเส้นทางนำไปสู่การคุกคาม การล่อลวง การฉ้อโกง การละเมิดทางเพศ พอสรุปประเด็นที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานบ่อเกิดการคุกคามหรือสร้างภัยคุกคามขึ้นสี่ประการได้แก่

  1. การที่ไม่ให้ความเคารพเพื่อนร่วมสังคมโลก มีความคิดขัดเคืองต่อผู้คนรอบข้าง
  2. การหลงงมงายในความคิดหรือจินตนาการของตนเอง
  3. การเกิดความต้องการแก้แค้นทั้งจากเหตุที่เป็นจริงและเกิดจากความเข้าใจผิด
  4. การที่จิตที่ผิดปกติเข้าครอบงำ

จากหัวข้อดังกล่าวสามารถทำให้คนวางแผนการเพื่อทำการหลอก โกง ข่มขู่คุกคาม ขโมย การที่ต้องการหลอกลวงจำเป็นต้องสร้างความน่าเชื่อถือ การสร้างความน่าเชื่อถือเกิดจากสื่อนั้นคือการนำเสนอข้อมูลด้วยหลักฐานต่างๆ เช่นข้อความที่พิมพ์ลงไป ภาพถ่ายที่เป็นองค์ประกอบหรืออาจเป็นภาพวาด การทำอะไรซ้ำๆ บ่อยครั้งประดุจเป็นการย้ำเตือนเพื่อลดความระแวงเพราะคุ้นเคย ยิ่งมีข้อมูลจากหลายแหล่งยิ่งทำให้น่าเชื่อถือเพราะกลายสภาพเป็นข้อมูลจากคนหมู่มาก

การปล่อยข้อมูลเพื่อทำการล่อลวงบนสื่อที่น่าเชื่อถือหรือจากบุคคลที่เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจหรือผู้ค้นทั่วไปให้ความเคารพก็เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ บางครั้งการระบุเจาะจงต่อเหตุหรือผลทำให้ผู้รับสารเห็นถึงความมุ่งมั่นจริงจัง  สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการล่อลวงที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่โดยส่วนใหญ่คือทำให้ผู้รับข้อมูลนั้นเข้าใจในบางประเด็นและงงในบางประเด็นทำให้เกิดการตีความไปเองตามความเข้าใจพื้นฐานของตน ซึ่งเป็นเหตุพื้นฐานในการถูกหลอก และทุกการกระทำมีเป้าหมายชัดเจนดังหัวข้อตัวอย่าง ที่ยกตัวอย่างจากเรื่องจริงของการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดการล่อลวง หลอกลวง เพื่อหาประโยชน์ โดยเฉลี่ยแล้วการก่อให้เกิดการหลอกลวงในระบบอินเทอร์เน็ตนั้นร้อยละ 43 อยู่ในกลุ่มคนอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปและประมาณร้อยละ 29 เกิดในกลุ่มคนอายุในช่วง 25 ปีหรือต่ำกว่า ดังกรณีต่อไปนี้

กรณีศึกษา “การหลอกลวงทางโปรแกรมแชท”

กรณีที่ 1 กรณีนี้เป็นความผิดพลาดจากการพิจารณาจากรูปภาพที่ส่งแลกเปลี่ยนกัน นาย ฮ ได้เดินทางไปพบนางสาว อ ที่เกาะแห่งหนึ่ง เนื่องจากการพบกันบนบล็อกในอินเทอร์เน็ตทำให้นาย ฮ เห็นรูปภาพของนางสาว อ แล้วเข้าใจผิดว่าหน้าตาดูดีน่ารัก (ผิวขาว) จากการนัดพบกันในต่างอำเภอทำให้นาย ฮ เห็นไม่ใช่ที่เห็นเพราะสีผิวออกน้ำตาลเข้ม และไม่สามารถกระทำการใดได้จึงต้องเลยตามเลย และเมื่อกลับมาจากการไปพบปะก็ได้โพสต์ในอีกบล็อกหนึ่งในกลุ่มเพื่อนๆ ว่าเป็นบทเรียนอย่างหนึ่งว่าในชีวิตเจอเรื่องแบบนี้ ที่คิดไม่ถึงว่ากลิ่นตัวแรงมากเลย เหตุนี้เป็นทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายหญิงได้ส่งรูปซึ่งบางที่อาจใช้เครื่องมือโปรแกรมตกแต่งรูปทำให้ผิวพรรณดูดีเพื่อให้ฝ่ายชายหลงเข้าใจเป็นอย่างนั้น ส่วนฝ่ายชายก็นำข้อมูลส่วนตัวของฝ่ายหญิงมาบอกกล่าวในบล็อกซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมแม้ว่ามิได้ระบุชื่อเสียงเรียงนามแท้จริงก็ตาม

เหตุการณ์นี้เกิดจากการหลอกลวงอีกฝ่ายให้เข้าใจผิดว่าตนหน้าตาผิวพรรณดี โดยเมื่อฝ่ายตรงข้ามรู้ความจริงก็ผิดหวัง และนำไปสู่การกล่าวโทษกันทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้อีกฝ่ายเสียหาย ดังนั้น ผู้ใช้โปรแกรมแชทควรพึงระวังการหลอกลวงในลักษณะนี้ เพราะหากคู่สนทนามีจุดประสงค์ร้ายแอบแฝง ก็อาจเกิดภัยที่ร้ายแรงกว่ากรณีนี้ได้

กรณีที่ 2 เป็นเหตุที่ให้ความรู้สึกในหลายด้านจากการ Chat กันของสมาชิกในบล็อกชายจริงหญิงแท้ โดยเกิดการโต้ตอบกันที่น่าสนใจดังนี้

 Man:  “ตัวเองน่ารักไหม?”
            Ying:  “น่ารักซิจ๊ะ!”
Ying:  “หล่อไหม?”
            Man:   “หล่อซิครับ! สูง 178 นักกีฬาเขต” (ไม่รู้เขตอะไร บ้านอาจอยู่ติดที่ว่าการเขตฯ)
            Man:  “สูงเท่าไหร่จ๊ะ หุ่นเป็นไง?”
            Ying:  “172 อก 38 สะโพก 36 ….. ฯลฯ”

ปรากฏว่าทั้งสองเป็นเป็นเพื่อนร่วมงานกันอยู่คนละฝ่ายเป็นชายทั้งคู่ผิวเนื้อดำแดงทั้งคู่และความสูงไม่เกิน 165 เซนติเมตรทั้งคู่ จากบทสนทนาส่อให้เห็นว่าทั้งคู่ต่างคิดว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นหลอกง่าย จึงสร้างเรื่องให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกที่อยากติดต่อ หรือนำไปสู่การล้วงข้อมูลอื่นๆ แต่หากเป็นกรณีอื่นที่อีกฝ่ายเป็นคนซื่อตรง ก็อาจตกเป็นเหยื่อและถูกหลอกได้ในที่สุด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดในระบบไซเบอร์ที่ให้คุณประโยชน์มากมาย แต่อีกด้านหนึ่งก็อาจนำมาซึ่งภัยอันน่ากลัว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>