การกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต (Cyber Bullying)

ในโลกไซเบอร์นั้นความหลากหลายของคนถือเป็นต้นเหตุแห่งปัญหา เพราะคนหมู่มากจึงมีความคิดแปลกแยก ทั้งอาจรู้จักกันเห็นหน้ากัน หรือไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย ดังนั้นการข่มเหง การโกง และการติดตามในโลกไซเบอร์ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ที่อยู่ในโลกไซเบอร์มีโอกาสพบเจอไม่มากก็น้อย การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ถือเป็นภัยจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหนึ่ง ซึ่งนักเลงไซเบอร์นั้นจะมุ่งประทุษร้ายหรือทำให้ผู้อื่นอับอายผ่านทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีเมล์, บล็อก, เว็บไซต์, ชุมชนออนไลน์, เมสเสจและโทรศัพท์ สิ่งที่นักเลงไซเบอร์ตั้งใจคือการแสดงความเป็นศัตรูหรือแสดงออกในแง่ลบต่ออีกฝ่ายนั่นเอง โดยวิธีการนั้นอาจรวมถึงการเปิดเผยสิ่งพิมพ์หรือการส่งผ่านข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนตัวของคนหนึ่งไปยังสถานที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

การกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต (Cyber Bullying)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ (Cyber Bullying, Cyber Stalking) ถือเป็นภัยจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้กระทำการกลั่นแกล้ง หรือที่เรียกว่านักเลงไซเบอร์นั้นจะมุ่งประทุษร้ายหรือทำให้ผู้อื่นอับอายผ่านทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีเมล์, การส่งข้อความ, บล็อก, เว็บไซต์, ชุมชนออนไลน์,เมสเสจ, และโทรศัพท์ สิ่งที่นักเลงไซเบอร์ตั้งใจคือการแสดงความเป็นศัตรูหรือแสดงออกในแง่ลบต่ออีกฝ่ายนั่นเอง  โดยวิธีการนั้น อาจรวมถึงการเปิดเผยสิ่งพิมพ์หรือการส่งผ่านข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนตัวของคนหนึ่งไปยังสถานที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ เช่น การเซฟภาพเจ้านายใส่ชุดบิกินี่ในวันพักผ่อนจากเฟซบุ๊คของเจ้านายไปเผยแพร่ ต่อทาง Forward mail หรือการนำภาพแอบถ่ายในห้องน้ำของใครสักคนที่ได้รับมาไปโพสหน้าเว็บไซต์ให้คนอื่นดูด้วยกัน เป็นต้น

นอกจากนั้นนักเลงไซเบอร์อาจจะส่งข้อความให้ร้ายไปยังผู้อื่น หรือเขียนคอมเมนท์ในเว็บไซต์หรือบล็อกที่เป็นการต่อว่า การประทุษร้ายซ้ำๆ หลายครั้งแม้จะดูเป็นบาดแผลที่ห่างไกลหัวใจจนไม่น่าใส่ใจสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กหรือวัยรุ่นถือเป็นการทำร้ายที่รุนแรงมาก ส่งผลให้รู้สึกซึมเศร้า, หงุดหงิดอาละวาด, และทำร้ายตัวเองจากอารมณ์หุนหันพลันแล่นได้   แต่ยังมีกรณีที่มีการกลั่นแกล้งหรือทำลายชื่อเสียงผู้อื่นเนื่องจากความโกรธแค้น หรือความบาดหมางส่วนตัว ซึ่งส่งผลร้ายทั้งต่อเหยื่อผู้ถูกกระทำและผู้กลั่นแกล้ง

ตัวอย่างเช่น  ชายคนหนึ่งโกรธเคืองกับสาวคนรักถึงขั้นสาวปฏิเสธเลิกคบกัน จึงได้นำรูปในช่วงที่รักกันหวานถึงขั้นนอนถ่ายรูปเปลือยบนเตียง โดยการแอบใช้อีเมล์ของเพื่อนโดยแอบเข้าใช้เพื่อส่งรูปภาพของหวานใจไปให้เพื่อนสมาชิกที่มีอยู่ในรายชื่อทั้งหมด เมื่อเพื่อนสมาชิกได้รับก็มีบางคนได้รับลิงค์รูปภาพแปลกๆ จากเพื่อนบางคนจึงได้ส่งต่อรูปภาพเปลือยที่ได้รับต่อไปยังเพื่อนในกลุ่มอื่นๆ จึงเกิดการส่งต่อเป็นหลายช่วงทำให้ภาพเปลือยดังกล่าวกระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต ซึ่งการส่งต่อภาพไม่เหมาะสมนี้ทุกคนในวงจรมีความผิด โดยเฉพาะผู้เผยแพร่คนแรกที่อาศัยเรื่องส่วนตัวที่บาดหมางกันและต้องการทำให้อดีตแฟนสาวอับอาย ซึ่งโทษตามกฎหมายที่อาจได้รับก็มีทั้งปรับเป็นเงินหรือจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับและเสียชื่อเสียง

ทำไมนักเลงไซเบอร์จึงมีมากขึ้น

จากหลายทฤษฎีมีการอธิบายว่าการเพิ่มขึ้นของการประทุษร้ายหรือการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตส่วนหนึ่งเกิดจากเด็กที่มีพฤติกรรมการกลั่นแกล้งกันอยู่แล้ว เปลี่ยนวิธีการมาใช้อินเทอร์เน็ตแทนการแกล้งเพื่อนโดยตรงที่โรงเรียน เนื่องจากปลอดภัยจากสายตาของผู้ใหญ่มากกว่า แม้เว็บไซต์หลายแห่งมีผู้ดูแลเป็นผู้ใหญ่และสามารถควบคุมให้ผู้ใช้บริการรักษากติกาและใช้ภาษาที่เหมาะสมได้ แต่นักเลงไซเบอร์ก็อาจหาโอกาสจ้องทำร้ายด้วยการเอาคำพูดของผู้ดูแลไปปรับเปลี่ยนให้ดูแย่ลง หรือปล่อยข่าวลือด้านลบต่อเว็บไซต์แห่งนั้นได้เช่นกัน  ปัจจุบันนี้หลายประเทศได้ประกาศใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางอินเทอร์เน็ตแล้ว และระบุว่าผู้ที่ทำตัวเป็นนักเลงไซเบอร์เป็น “อาชญากร” ด้วย แม้แต่การเขียนคอมเมนท์ที่เป็นการสบประมาทในเรื่องเชื้อชาติ, ศาสนา, เผ่าพันธุ์, หรือเพศ ก็ถือเป็นการกระทำความผิดทางกฎหมาย

สถิติเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตในประเทศต่างๆ

จากการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) มีสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งกันทางอินเทอร์เน็ต โดยมีการสำรวจผู้ปกครองใน 24 ประเทศ ซึ่งพบว่าผู้ปกครองกว่าร้อยละ 12 ยอมรับว่าลูกของตนเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต  ร้อยละ 24 ของผู้ปกครองกล่าวว่ารู้จักเด็กในชุมชนที่อาศัยอยู่ ซึ่งเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ Cyber Bullying  ยิ่งกว่านั้น ร้อยละ 60 กล่าวว่าลูกๆของตนเคยมีปราบการณ์เกี่ยวกับการข่มขู่ การกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น เฟสบุ๊ค

ในต่างประเทศนั้น การกลั่นแกล้งกันทางอินเทอร์เน็ตเป็นประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากมีสถิติเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตสูง ในปี พ.ศ. 2554 ศูนย์ศึกษาและวิจัยพฤติกรรมการแกล้งกันทางอินเทอร์เน็ต (Cyber bullying Research Center) ระบุว่ามีจำจวนนักเรียนที่เคยถูกกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตกว่าร้อยละ 20 โดยประเด็นในการถูกกลั่นแกล้งที่มากที่สุด ได้แก่ การโพสต์ข้อความที่ทำร้ายจิตใจร้อยละ 13.7 การถูกปล่อยข่าวลือหรือเรื่องเสียหาย ร้อยละ 12.9  เมื่อถูกกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิงจะรู้สึกโกรธมากที่สุด รองลงมาคือรู้สึกเสียใจ และอับอาย ตามลำดับ โดยเหยื่อส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเองต่ำ (Low Self-Esteem) รายงานจาก AP MTV (ความร่วมมือของเครือข่ายผู้สื่อข่าวและเอ็มทีวี) ระบุว่าเหยื่อจากการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตที่อยู่ในวัยมัธยมนั้นจะมีแนวโน้มฆ่าตัวตายสูง และการถูกกลั่นแกล้งโดยการส่งรูปภาพลามกอนาจาร หรือข้อความเกี่ยวกับเรื่องเพศ เป็นปัจจัยสำคัญในการคิดฆ่าตัวตายของเยาวชนมากกว่าการถูกกลั่นแกล้งในรูปแบบอื่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>