ข้อควรปฏิบัติในการใช้อินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัย

ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้สำหรับชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคม ในการติดต่อสื่อสาร การดำเนินธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนเป็นแหล่งของความบันเทิงในด้านต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันภัยที่มากับอินเทอร์เน็ตนั้นก็มีอยู่มากมาย ดังนั้นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรตระหนักถึงภัยจากสื่ออินเทอร์เน็ตและรู้จักวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือภัยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่อย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน ทำการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสอย่างน้อย 1 โปรแกรมบนเครื่อง ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์นั้นๆ ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพราะอาจถูกดักจับเลขบัตรเครดิตขณะใช้งานได้

ข้อควรปฏิบัติในการใช้อินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัย

เนื่องจากอินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ในการติดต่อสื่อสาร การดำเนินธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนให้ความบันเทิงด้านต่างๆ  ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรตระหนักถึงภัยจากสื่ออินเทอร์เน็ตและรู้จักวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือภัยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้

ข้อควรปฏิบัติทั่วไปในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยมีดังนี้

1. การตั้งกระทู้ หรือตอบกระทู้ ควรใช้คำที่สุภาพ และไม่สร้างความเดือดร้อน ให้กับผู้อื่น

2. ไม่ควรให้ชื่อบัญชีผู้ใช้ (User Account) อินเทอร์เน็ตกับบุคลอื่นไปใช้งาน และควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดอย่างน้อยทุกๆ 1 เดือน การตั้งพาสเวิร์ดใหม่ ควรมีอักขระไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวโดยใช้ตัวเลขผสมตัวอักษร เช่น “255wcit1” ถ้าในกรณีที่รู้ว่าบัญชีผู้ใช้ของตนเองมีปัญหาในการใช้งาน ให้ติดต่อศูนย์คอมพิวเตอร์หรือผู้ให้บริการทันที

3. ระวังการชำระเงินในการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพราะอาจจะมีผู้อื่น คอยดักจับเลขที่บัตรเครดิตขณะที่กำลังใช้งานได้ ดังนั้นควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์นั้นๆ ว่ามีระบบความปลอดภัยหรือไม่ ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์

4. ควรทำการตรวจสอบระบบความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างสม่ำเสมอ เช่น Windows Internet Explorer, Firefox, Chromeเป็นต้น

5. ทำการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 1 โปรแกรม

6. ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

7. ไม่ควรคลิกรับโปรแกรม หรือเปิดไฟล์ต่าง ๆ จากบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักผ่านการใช้งานโปรแกรมแชทหรือโปรแกรมแชร์ไฟล์ต่างๆ  รวมทั้งทางอีเมล์ และไม่ควรรับไฟล์ใด ๆ แม้จากคนที่เรารู้จักหากไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ส่งว่าได้ส่งไฟล์มา เพราะปัจจุบันมีไวรัสหรือมัลแวร์ที่สามารถปลอมตัว หรือใช้โปรแกรมของผู้ส่งไปยังผู้รับได้ เมื่อรับมาก็คือการรับไวรัสเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง

8. ควรระมัดระวังในการใช้อีเมล์ของตนเองลงทะเบียนตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เพราะอาจจะทำให้ได้รับจดหมายขยะจากเว็บไซต์โฆษณาสินค้าหรือเว็บไซต์ที่มีไวรัส

9. ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ต สามารถติดตั้งโปรแกรมไฟร์วอลล์ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันผู้บุกรุกจากภายนอกเข้าสู่เครื่องผู้ใช้

การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านจุดเชื่อมต่อสาธารณะอย่างปลอดภัย

  1. ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือควรมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันล่าสุด และอัพเดทโปรแกรมหรือฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอทันทีที่มีการแจ้งเตือน เพื่อป้องกันไวรัสชนิดใหม่ๆ ที่อาจทำอันตรายกับอุปกรณ์ของคุณ
  2. ควรติดตั้งโปรแกรมไฟร์วอลล์ เพื่อป้องกันการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของคุณโดยผู้ไม่ได้รับอนุญาต และควรมั่นใจว่ามีการอัพเดทโปรแกรมอยู่เสมอ
  3. หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ เนื่องจากอาจมีซอฟท์แวร์สอดแนม (Spyware) แฝงมากับไฟล์ด้วย
  4. หลีกเลี่ยงการทำรายการที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิต การทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน เนื่องจากซอฟท์แวร์สอดแนมสามารถแอบดักข้อมูลและเข้าถึงรหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต และบันทึกเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าถึงได้
  5. ซอฟท์แวร์สอดแนม เป็นซอฟท์แวร์ที่ออกแบบเพื่อสังเกตการณ์หรือดักจับข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ต โดยจะถูกติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (ด้วยความยินยอมจากผู้ใช้หรือไม่ก็ตาม) เมื่อมีการดาวน์โหลดไฟล์ ซอฟท์แวร์ เกม หรือสกรีนเซฟเวอร์ จากเว็บไซต์ต่างๆ มายังอุปกรณ์ของเรา ซึ่งจะทำให้การใช้งานบนคอมพิวเตอร์ล่าช้า เนื่องจากการใช้ทรัพยากรระบบที่สูงเกินปกติ ส่งผลไปถึงความเสียหายของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

การใช้งานอินเทอร์เน็ตจากเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ

  1. ให้ปิดเว็บบราวเซอร์ทั้งหมดที่เปิดใช้งานหลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว
  2. ล้างหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (Cache) ในเว็บบราวเซอร์หลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่ผู้อื่นจะสามารถเขาถึงข้อมูลส่วนตัวของท่านได้
  3. ให้ล้างบันทึกประวัติการใช้งาน (History settings) ในเว็บบราวเซอร์หลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว
  4. ไม่อนุญาตให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำรหัสผ่านให้ เช่น จะต้องคลิกตัวเลือกการจำรหัสผ่านออก
  5. ไม่ป้อนข้อมูลลับหรือส่วนตัวที่เป็นความลับใดๆ โดยผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>